ความผิดปกติในการทำงานบางอย่างของคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าต้องการตัวช่วยบางอย่างมาเพิ่มลงในเครื่องกันแล้ว หรือก็คือคอมพิวเตอร์ติดไวรัสเข้าแล้วนั่นเอง อาการที่บ่งบอก คือ การทำงานที่ช้าลง หน้าจอค้าง หน้าต่างการทำงานเปิดเพิ่มขึ้นมาเอง เครื่องปิดเอง หรืออยู่ ๆ ก็รีสตาร์ทได้เอง เป็นต้น บางทีผู้ใช้ก็กลายเป็นแหล่งแพร่กระจายไวรัสคอมพิวเตอร์ไปยังเพื่อน ๆ เสียเองโดยที่ไม่รู้ตัว จากการพูดคุยในห้องสนทนาออนไลน์ การส่งอีเมล การติดต่อสื่อสารกันในโซเชียลเน็ตเวิร์คต่าง ๆ เป็นต้น เนื่องจากไวรัสเหล่านี้จะแฝงตัวอยู่ในไฟล์ข้อมูลหรือข้อความต่าง ๆ ที่ส่งถึงกันได้ การมีโปรแกรมแอนติไวรัสจะช่วยป้องกันปัญหาและความผิดปกติเหล่านี้ได้

แอนติไวรัส เป็นโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ที่ใช้ติดตั้งลงในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้ เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต เป็นต้น โดยแอนติไวรัสจะทำการตรวจจับ กำจัด และป้องกันโปรแกรมที่เป็นภัยคุกคาม เช่น มัลแวร์ สปายแวร์ แอดแวร์ โทรจัน ฯลฯ ที่มักเรียกกันรวม ๆ ว่า “ไวรัสคอมพิวเตอร์” ไม่ให้มาแฝงตัวอยู่ในส่วนใดของอุปกรณ์ และไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ ที่มีได้

ประเภทของซอฟต์แวร์แอนติไวรัส

แอนติไวรัสสามารถแยกตามลักษณะการทำงานได้เป็น 2 ประเภทคือ

  • แอนติไวรัสธรรมดา จะป้องกันไวรัสทั่วไป มีการทำงานครอบคลุมภายในเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้
  • แอนติไวรัสแบบชุดความปลอดภัย (Internet Security) จะทำงานครอบคลุมถึงไวรัสในกลุ่มของ สปายแวร์ แอดแวร์ และตัวอื่น ๆ ที่จะมากับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต

สำหรับผู้ที่นิยมใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์ ซึ่งการใช้งานนั้นจะขาดอินเตอร์ไปไม่ได้ ควรจะต้องมีแอนติไวรัสในแบบชุดความปลอดภัยติดตั้งประจำอุปกรณ์ของตนเองเสมอ โดยสามารถหาได้จากการดาวน์โหลดฟรี การซื้อโปรแกรมประเภทนี้แบบออนไลน์ หรือตามร้านขายซอฟต์แวร์ รวมทั้งการสแกนแบบออนไลน์ได้เลย